รีวิว Dragon Nest, Action MMO RPG

Dragon Nest

It may look simplistic, but that doesn’t mean it’s not fun.
มันอาจดูธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่สนุก. 

IGN Review (8.5)

สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมสไตล์ MMO RPG online จะรู้สึกว่า เกมที่ออกๆกันมา ล้วนแต่ติดกับวิธีเดิมๆ
1 รับเควส
2. วิ่งออกไปหามอนเสตอร์
3. คลิกซ้าย – ขวา 1 2 3 สกิล โจมตี  ทำซ้ำประมาณ 50-100 รอบ
4. วิ่งกลับไปส่งเควส
แล้วเริ่มลูปใหม่ เพื่อให้ตัวละครในเกมของเรามีเลเวลสูงขึ้น

มันเป็นลูปอมตะ ที่เกมพยายามพัฒนาระบบใหม่ๆมา แต่ก็ยังคงคอนเซปต์นี้ไม่เปลี่ยนแปลง

Dragon Nest คือเกมแนะนำ สำหรับคนที่เบื่อรูปแบบการเล่นแบบเก่าๆ ด้วยวิธีที่ให้คุณใช้ความสามารถในการบังคับมากกว่า คลิกซ้าย คลิกขวา กด 1 2 3
ด้วยรูปแบบการเล่นแบบ Action (ควบคุมด้วยการใช้มือซ้ายกดที่ W A S D แบบเกมแนว FPS) การหันหน้าเลือกเป้าและเล็งมีผลกับการโจมตี (วืดได้) ระยะใกล้ไกล และความกว้างของแต่ละสกิล – อาชีพ
ทำให้การเล่นนั้นต้องใช้ทักษะการควบคุมพอสมควร

 

คนที่ชอบเล่นเกมแนว FPS จะแทบไม่ต้องรู้สึกต้องปรับตัวอะไรมาก
แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่ไม่ชอบแนว FPS และไม่เคยบังคับแบบนี้มาก่อน

พิสูจน์แล้วโดย Skeptic http://skeptic.enduserreview.com ที่ปกติค่อนข้างจะไม่นิยมการเล่นแนวมุมมองบุคคลที่ 1 และทักษะความเข้าใจในทิศทางของเธอนั้นอยู่ใกล้เคียงกับระดับ Master of loss direction  เช่น เธอสามารถพูดว่า เราจะต้องไปทางขวา แต่ขณะเดียวกันกลับชี้มือไปทางซ้าย

แต่หลังจากบ่น โวยวาย ลงไปกลิ้งบนพื้นสักพัก เมื่อต้องมาบังคับตัวละครใน Dragon Nest ก็สามารถบังคับตัวละครให้วิ่งไปลงดันด้วยความยากระดับสูงสุด และตายกลับมาได้อย่างอาจหาญ

ข้อเท็จจริงนี้ ไม่ได้พิสูจน์อะไรว่าเกมนี้บังคับง่าย หรือจะไม่ทำให้คุณหลงทาง แม้คุณจะชอบหลงทางในชีวิตจริงบ่อยๆ แต่มันคือข้อพิสูจน์ว่า
มันมีความสนุกในระดับหนึ่ง ที่แม้แต่คนที่ไม่เคยเล่นแนวนี้ ก็ยังพร้อมจะกลับไปหลงทางใหม่ โดยยังไม่คิดจะเลิกเล่น

จุดเด่นของเกมอย่างหนึ่งคือ เนื้อเรื่อง จะมีการแทรก Cut scene เป็นระยะ เพื่อเล่าเรื่องราวของตัวละคร และดำเนินเรื่อง

ตัวอย่าง Cut scene ที่จะแทรกมาในเรื่องระหว่างเล่น

เกมจะให้เล่นในรูปแบบของ การเคลียร์ดันเจี้ยน (เป็นลักษณะ ดันเจี้ยนส่วนตัว ต้องจับกลุ่มปาร์ตี้ก่อนจะเข้า)
เมื่อเข้าไปแล้วก็ทำการเคลียร์ให้จบ หรือทำภารกิจตามที่รับเควส เช่น หาของที่ซ่อน จัดการหัวหน้า จัดการลูกน้อง แล้วแต่ภารกิจ
ดันเจี้ยนนั้นสามารถเลือกระดับความยากได้ และมีเลเวล – จำนวนคนในปาร์ตี้ที่แนะนำ เช่น หากจะลงคนเดียวก็อาจลงระดับ Easy / Normal
หากมีเพื่อนมาเล่นด้วยก็จับกลุ่มลงระดับ Hard , Master, Abyss ซึ่งจะโหดขึ้นตามลำดับ

หรือแม้แต่หากอยากซ่า ลงระดับยากที่สุด (Abyss) ด้วยตัวคนเดียวก็ทำได้
โดยหากเป็นดันเจี้ยนในระดับเลเวลเท่าตัวเรา หรือสูงกว่า หากต้องการจะลงดันเจี้ยนระดับ Abyss ควรใช้อุปกรณ์ค่อนข้างดี เช่น ตีบวก 7-10
(หากซ่าวิธีนี้ ข้อแนะนำคือ ไม่ควรซ่าหลายดันติดต่อกันโดยไม่ซ่อมของ เพราะจากการทดลองผ่านดันยากๆติดกัน ของทั้งตัวความทนทานเหลือ 0 ในดันเจี้ยนที่ 2)
เล่นคนเดียวก็สนุกไปอีกแบบ แต่เล่นกับเพื่อนก็จะสนุกไปอีกแบบ เนื่องจากระบบปาร์ตี้ที่มีอาชีพที่แตกต่างกัน
อาชีพหลักจะมี 4 อาชีพเริ่มต้น Cleric , Sorcerer, Warrior, Archer และแต่ละอาชีพจะมีทางเลือกให้เปลี่ยนอาชีพในระดับสูงขึ้นอีกสองครั้ง ครั้งละสองอาชีพ
ทำให้เกมนี้จะมีอาชีพทั้งหมด 16 รูปแบบทีเดียว ในคลาสสุดท้าย

Cleric พระ – เป็นสายทางเลือกที่ถึก เหมาะกับแนวของแทงค์ให้ปาร์ตี้
Sorcerer เมจ – โจมตีแรง เล่นค่อนข้างยากเนื่องจากตัวอ่อน แต่หากเล่นดีๆใช้สกิลให้เหมาะสมจะสนุกมาก
Warrior นักรบ – โจมตีหนัก สายประชิดตัว สกิลโจมตีค่อนข้างกว้าง ทำให้ไม่ต้องเล็งมากเวลาเล่น ค่อนข้างเล่นง่าย และสนุก
Archer นักธนู โจมตีระยะกลาง – ไกล สายคริติคอล  รัศมีสกิลค่อนข้างแคบ

ในการเล่นร่วมกัน เพื่อผ่านความยากของดันเจี้ยนทียากๆ จะทำให้แต่ละคนต้องหาทางเอาจุดเด่นของตัวเองมาช่วยเหลือทีม และด้วยความที่เกมนี้ ต้องใช้ทักษะในการบังคับทั้งทิศทาง ระยะไกล ใกล้ในการออกสกิล จึงทำให้สามารถสร้างการเล่นผสานได้หลายรูปแบบ เพื่อจัดการมอนเสตอร์

กราฟฟิคในเกม แม้จะดูค่อนข้างธรรมดา เมื่อเทียบกับเกมที่กำลังเริ่มทำตลาดในช่วงนี้ แต่ผมเห็นด้วยกับ IGN Review ที่วิจารณ์ว่า แม้เกมนี้จะดูธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่า มันไม่สนุก

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *