รีวิวระบบ Copy trade : Myfxbook AutoTrade

รีวิวระบบ Copy trade : Myfxbook AutoTrade

จากบทความก่อนหน้า Copy trade / Pamm คืออะไร ที่แนะนำระบบ Copy trade ในภาพกว้างไปแล้ว ในบทความนี้แอดมินขอเริ่มมาพูดถึงระบบที่เป็นพระเอกของชุดบทความนี้ต่อ

บทความชุดนี้มีเนื้อหาเพื่ออธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจถึงวิธีการลงทุน ด้วยการ Copy trade กับผู้ให้บริการ Myfxbook AutoTrade
ซึ่งเหมาะกับ – ผู้ไม่มีความรู้ในด้านเทคนิคคัล / ผู้มีความรู้ แต่ไม่มีเวลา โดยรูปแบบการลงทุนคือเลือกเทรดตามคนที่ทำผลงานการเทรดได้ดี ด้วยการดูข้อมูลทางสถิติ

คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่หน้ารวมรวมบทความล่าสุดในชุด Myfxbook AutoTrade http://www.tradeguideline.com/myfxbook_autotrade_overview/

หากมีความคิดเห็น – คำถาม – คำติชมใดๆ สามารถแนะนำมาได้ที่ช่อง Comment หรือ Inbox ได้เลยครับ
สนใจบทความการลงทุนในแนวนี้ สามารถติดตามได้ที่เพจ learntotradefx  ได้ครับ

 

ทำความรู้จัก Myfxbook กันก่อน
Myfxbook คือเว็บที่ให้บริการ Trading statistic report ที่คนเทรด Forex แทบทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ เพราะเป็นเว็บที่ใช้งานง่าย เก็บสถิติการเทรดจากบัญชีของเราไปแสดงได้ละเอียด ทำให้มีผู้นิยมใช้เป็นอันดับต้นๆในโลก
(มากกว่า 90000 + คนในตอนนี้) ซึ่งค่าสถิติต่างๆนี้จะถูกใช้ในการประเมินประสิทธิภาพ – ความเสี่ยงในแง่มุมต่างๆของระบบเทรด ทำให้เทรดเดอร์สามารถรู้จุดบกพร่องของระบบตนและพัฒนาต่อไปได้

ซึ่งจากฟีเจอร์เดิมที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ผนวกกับฐานลูกค้าในมือ Myfxbook ได้พัฒนาบริการใหม่ขึ้นมา คือบริการ Copy trade เรียกชื่อว่า Myfxbook AutoTrade โดยมี Business model คือไปทำการดีลกับโบรคเกอร์ Forex เจ้าต่างๆ
ให้มาเข้าร่วม แล้ว Myfxbook จะอยู่ในฐานะ IB (Introducing Broker) ที่คอยแนะนำให้ผู้ใช้งานที่สนใจจะใช้บริการ myfxbook autotrade ไปเปิดบัญชีกับโบรคเกอร์ที่ร่วมโครงการ โดยมี Referrer คือ Myfxbook นั่นเอง

โมเดลธุรกิจง่ายๆนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมในฐานะ Copier ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่ารับสัญญาณรายเดือนแบบระบบอื่นๆ แต่จะจ่ายค่าตอบแทนให้คนให้สัญญาณเทรด – myfxbook ผ่านทางค่า Spread และมีการบวกเพิ่มเล็กน้อย และนั่นคือที่มาของรายรับของระบบ ในฐานะ IB  ซึ่ง Broker ก็จะแบ่งค่า Commission นั้นให้ทาง Myfxbook อีกที แล้วหลังจากนั้น Myfxbook ก็จะแบ่งส่วนรายรับของ spread นั้นให้กับผู้สมัครให้สัญญาณเทรดอีกระดับ โดยจะให้กับ Order ที่ทำผลตอบแทนได้ เป็นการจูงใจให้คนที่สมัครเป็นผู้ให้สัญญาณเทรดนั้นพยายามสร้างผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากรับในรูปแบบ commission ตามโอกาสชนะ % win

ข้อดีและข้อเสียโดยสรุปของระบบ Myfxbook AutoTrade

ข้อดี

  • บัญชีของ Master จะต้องเป็นบัญชีเทรดจริง (บางที่ให้ใช้บัญชีเดโมทำ Master ได้ ) ทำให้คนที่เป็น Master จะไม่อยากเทรดแบบเสี่ยงเกินไป
  • มีโบรคเกอร์ให้เลือกใช้ได้หลายเจ้า ของไทยเท่าที่เห็นบ่อยๆ จะมี Tickmill.com Fxopen.com Pepperstone.com
  • ตัวกติกาของการเป็น Master ของ Myfxbook autotrade ดูน่าเชื่อถือดี (Click อ่านเงื่อนไขการสมัครเป็น AutoTrade Provider)
    เช่น ไม่รับระบบจำพวก martingale ซึ่งเป็นระบบที่มีความเสี่ยงสูงถ้าใช้อย่างไม่ระวัง สถิติก็ต้องเก็บมานานพอควร เพื่อให้มั่นใจได้มากขึ้น
  • ระบบสถิติและกราฟที่มีคุณภาพ และเราสามารถดาวน์โหลดข้อมูลในอดีตของผู้ที่เราสนใจมาทำการวิเคราะห์ได้
  • มีระบบทดสอบให้ใช้กับบัญชีเดโม เพื่อทดลองติดตามก่อนใช้กับบัญชีจริงได้
  • ผลตอบแทนของ Master (AutoTrade signal provider) ขึ้นกับความสามารถในการทำกำไร ดังนั้นคือแรงจูงใจให้ผู้ให้สัญญาณพัฒนาการเทรดของตนเอง
  • ไม่ต้องใช้ VPS ไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อรัน MT4 เอง เพราะระบบทั้งหมดจะอยู่ที่ Myfxbook server
  • บัญชีที่ใช้ในการ Copy คือบัญชีของเราเอง ที่เลือกเปิดกับโบรคเกอร์ที่มีบริการเหล่านี้ – ปลอดภัยกว่าการไปฝากเงินให้คนอื่นเปิดบัญชีให้
    และเราสามารถเลือกโบรคเกอร์ได้ตามที่เราชอบ
  • มี AutoTrade provider ให้เลือกหลายคน

ข้อเสีย

  • เท่าที่ทดสอบ บัญชีเดโมเหมือนจะให้ค่าผลตอบแทนที่ดีกว่าบัญชีจริง ทดสอบด้วยเดโมแล้วอย่าเพิ่งวางใจ ควรตาม Monitor บัญชีจริงไปเรื่อยๆด้วย
  • การควบคุมตัวแปรบางตัวในด้านความเสี่ยงน่าจะมีให้ควบคุมมากกว่านี้
    (แต่จริงๆหากเทียบกับระบบอื่นๆ Myfxbook นี่ถือว่าคุมได้มากกว่าแล้ว เพียงแต่ถ้าคุมได้มากกว่านี้อีกจะยิ่งดีมาก)
  • เมื่อเลือกติดตาม AutoTrade provider คนไหน ระบบจะ Copy order ที่คนนั้นเปิดอยู่มาด้วยทันที (ไม่มีปุ่มให้เลือก)
  • ยังพัฒนาระบบที่ทำให้เกิดการพูดคุย (ระหว่าง Signal provider กับ Copier )ได้ไม่ดี บางระบบจะมีให้ผู้ให้สัญญาณอธิบายว่าทำไมถึงเทรด order นี้ด้วย (เช่น Etoro)
    ซึ่งจะทำให้ผู้ติดตามเข้าใจวิธีเทรดของคนให้สัญญาณมากขึ้น รวมไปถึงยังไม่ค่อยมีการให้คอมเมนต์ – รีวิวระหว่าง Copier ด้วยกัน ว่าผู้ให้สัญญาณคนไหน ดี ไม่ดียังไง
  • Support ค่อนข้างช้า ผ่านทางอีเมล์เท่านั้น ถามไปประมาณ 1-5 วันถึงจะได้คำตอบ
  • ขนาดการเปิดบัญชีเริ่มต้นค่อนข้างสูง (สำหรับคนไทย) โดยให้เปิดบัญชีขนาด 1000 usd หรือสกุลอื่นๆตาม base currency ของโบรค และยังไม่มีให้ใช้บัญชีแบบ Cent ทำให้คนที่มีทุนเทรดต่ำกว่านี้เข้าร่วมไม่ได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *